เวทีเสวนาสงกรานต์วิถีชุมชน สะท้อนปัญหา …..

เครือข่ายงดเหล้าและภาคี เปิดเวทีเสวนาสงกรานต์วิถีชุมชน สะท้อนปัญหา ผลกระทบและความรุนแรงทางสังคมที่เกิดจากการดื่ม กับการใช้มิติคุณค่าทางประเพณีวัฒนธรรมด้วยพลังของชุมชนท้องถิ่น เดินหน้าสร้างมาตรการเชิงรุกที่จะช่วยให้สงกรานต์ปีนี้ปลอดเหล้าปลอดภัย ลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิดได้

          วันนี้ (31 มีนาคม 2564) ที่โรงแรมเดอะฮอลล์ วิภาวดีรังสิต 64 กรุงเทพ ในเวทีเสวนา“สงกรานต์วิถีชุมชน ปลอดเหล้าปลอดภัย ห่างไกลโควิด” นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กล่าวว่า แม้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยจะมีการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์แล้วอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงยังคงมีแนวโน้มที่จะเกิดพฤติกรรมเสี่ยงทั้งจากการเล่นน้ำ การเดินทาง และการจากร่วมดื่มสังสรรค์ แม้ว่ารัฐบาลจะมีคำแนะนำเรื่องการงดสาดน้ำ งดคอนเสิร์ต งดปาร์ตี้โฟมไปแล้วก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของสังคมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและอยู่กับโควิดโดยใช้แนวทาง SMS : Small Meaningful and Safe ในช่วงสงกรานต์ยังจะคงมีความสำคัญ โดยการจัดงานในพื้นที่ต่างๆ ควรมุ่งเน้นไปที่คุณค่าความหมายของงานประเพณีที่ไม่จำเป็นต้องเน้นงานใหญ่โตหรือเป็นแหล่งที่พบปะรวมคนเป็นจำนวนมาก กิจกรรมเล็กๆที่จัดแบบเน้นคุณค่า โดยเฉพาะงานในระดับชุมชนงานในแต่ละท้องถิ่น จะนำมาซึ่งความสุขของคนในครอบครัว ทำให้คนส่วนรวมมีความสุข เป็นการก้าวเข้าสู่ปีใหม่แบบมีสติและมีความหมาย

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์  ผู้จัดการแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) กล่าวว่า

หลายปีที่ผ่านมาเครือข่ายงดเหล้าโดยการสนับสนุนของสสส.ได้สนับสนุน 50 ถนนตระกูลข้าวและพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้ากว่า 100 แห่ง ซึ่งลดปัญหาและความรุนแรงในการเล่นน้ำลงไปได้มาก ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์โควิดส่งผลให้ต้องงดการจัดงาน อย่างไรก็ดีสงกรานต์ปีนี้มีการหยุดยาวถึง 9 วัน เริ่มมีสัญญาณเตือนว่าประชาชนจะเริ่มกลับมาตั้งวงสังสรรค์และดื่มหนัก จึงมีแนวคิดใช้มาตรการชุมชน โดยนำเอามิติทางประเพณีวัฒนธรรม อาทิ บุญสรงน้ำพระ การก่อพระเจดีย์ทราย การสมโภชน์สงกรานต์และกิจกรรมการละเล่นในชุมชน ตลอดจนการจัดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ท่องเที่ยวที่ประชาชนจะเดินทางไปพักผ่อน โดยเฉพาะเรื่องการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปดื่มกินในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่สาธารณะอาจสร้างและก่อให้เกิดปัญหาตามมา ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่ชุมชนในพื้นที่จะได้ร่วมกันตั้งวงชวนคิดชวนคุยและออกแบบมาตรการเชิงรุกเพื่อจัดการตนเองเรื่องปัจจัยเสี่ยงที่กำลังจะมาถึงนี้

          นายอำพล ธานีครุฑ  คณะกรรมการขับเคลื่อนสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางกลับไปยังต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก โดยแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ น่าจะเป็นหมุดหมายในการเดินทางออกไปพักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว นับว่าเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจ  การท่องเที่ยวชุมชนสำหรับในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาเพราะ ส่วนใหญ่แล้วชุมชนเองจะมีมาตรการเพื่อดูแลชุมชนนั้นอยู่ อย่างแรกจะต้องมีจุดคัดกรอง โดยให้ อสม. ในชพื้นที่เป็นหลัก มีการทำประวัตินักท่องเที่ยวไว้ด้วย  อย่างที่ 2 คือ เรื่องกฎระเบียบการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งในสมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชน 14 จังหวัดภาคใต้ มี 374 ชุมชน เราจะมีการพูดคุย มีข้อตกลงและทำความเข้าใจกันอยู่เสมอ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่จะตามมาจากเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ทั้งในชุมชนและนอกชุมชน โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่กำลังระบาดในขณะนี้ด้วย

ด้านนักแสดงหนุ่ม แพน-นทีเทพ (สุรเกียรติ) บุนนาค เปิดใจหลังจากที่เคยเป็นผู้ก้าวพลาดว่า การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้สติของเราไม่เต็มร้อย เกิดความประมาทพลั้งเผลอแสดงพฤติกรรมไม่ดีออกมา หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้วมันส่งผลกระทบอย่างมาก ทำให้เสียงาน ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป ที่สำคัญคือ ทำให้คุณแม่เสียใจและเครียดมาก จึงตัดสินใจไปบวชเป็นระยะเวลา 2 เดือนพร้อมกับได้“ตั้งสัจจะวาจาไว้ว่า จะไม่ดื่มแล้วไปขับอีกตลอดชีวิต” หลังจากเหตุการณ์วันนั้น จนวันนี้ เป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้วที่ยังไม่ได้แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกเลย และขณะนี้ได้สวดมนต์ปฏิบัติธรรม และทุกวันพระก็จะรับประทานอาหารมังสวิรัติอีกด้วย อยากฝากกับน้องๆเยาวชนและสังคมเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์แล้วไปขับ มันอันตรายอย่างมาก มันทำให้เราประมาท ขาดสติ เพราะฉะนั้นก็แนะนำว่าถ้าขับรถก็ไม่ควรดื่มเลยจะดีกว่า หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็อยากให้ตั้งสติคิดให้ดีก่อน เพราะผลที่จะตามมามันอาจไม่โชคดีเสมอไป อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

            ในขณะที่นายกาญจน์ กรณีย์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ยกตัวอย่างการจัดงานสงกรานต์ที่อำเภอขลุงซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีของคนในชุมชนตะปอนที่มีความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นหนึ่งเดียวในประเทศไทย จัดขึ้นที่วัดตะปอนใหญ่ วันที่ 17 เมษายนของทุกปี ซึ่งมีความสำคัญและมีประวัติศาสตร์อันยาวนานคู่กับชุมชนชาวตะปอนมานานมากกว่า 100 ปี เป็นวิถีวัฒนธรรมชุมชนที่ดึงเอาเด็กเยาวชนและครอบครัวมาร่วมกิจกรรมในพื้นที่ เกิดความรัก ความสามัคคี  และส่งต่อวิถีวัฒนธรรม อาทิ แห่ผ้าพระบาทจำลอง  กิจกรรม ชักเย่อเกวียนผ้าพระบาท ก่อพระเจดีย์ทรายยามพระอาทิตย์ตกดิน เที่ยวชมตลาดโบราณ 270 ปีของดีบ้านตะปอนใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุค ตลาดนี้จะไม่มีเหล้าเบียร์และน้ำอัดลม จะทำเป็นน้ำสมุนไพรมาขายแทน  

เช่นเดียวกับนายธณาวุธ ก้อนใจจิตร รองปลัดเทศบาลนครขอนแก่น กล่าวว่า

ได้มีการปรับตัวจากที่เคยจัดใหญ่บนถนนข้าวเหนียวภายใต้แนวคิดสนุกปลอดภัยไร้แอลกอฮอล์ กลายมาเป็น “ย้อนสงกรานต์วันวาน ยุค New normal” ระหว่างวันที่ 8-13 เมษายน 2564 ณ บริเวณบึงแก่นนคร โดยเป็นการจัดงานที่เน้นกิจกรรมสืบสานประเพณีวัฒนธรรม อาทิ พิธีสรงน้ำพระพุทธพระลับ พระพุทธอภัยมงคลสมังคีและพระพุทธรูปจากวัดในเขตเทศบาลฯ 20 คุ้มวัด พิธีทำบุญตักบาตร กิจกรรมวันข้าวเหนียวครอบครัวเดียวกัน พิธีขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมตบประทาย(ก่อพระทราย) กิจกรรมการเล่นมหาสนุก (เตะฟุตบอลเข้ารู) นอกจากนี้ เทศบาลนครขอนแก่นยังคำนึงถึงมาตรการป้องกัน Covid-19 โดยทุกกิจกรรมจะต้องมีจุดคัดกรอง การเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัย การล้างมือบ่อยๆ และสแกนแอปพลิเคชั่นไทยชนะ

/////////////////////////////////

กองบรรณาธิการ SDNThailand